เคล็ดลับง่าย ๆ ถนอมดวงตาให้ใสปิ๊ง ( ผ้าปิดตา )

 

ดวงตา พักสายตาที่อ่อนล้า

ดวงตา สภาพผิวรอบดวงตามีผลต่อความงามของใบหน้าเป็นอย่างมาก และบ่งบอกสภาพของสุขภาพได้อย่างเด่นชัด เพราะคนที่มีสุขภาพดี พักผ่อนเพียงพอมักมีผิวรอบดวงตาเต่งตึง ไม่มีร่องรอยลึก หมองคล้ำ คนที่ไม่ค่อยถนอมดวงตาอาจจะมองข้ามละเลยการดูแลดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวรอบดวงตาไม่เปล่งปลั่ง ลูกตาขาวไม่สดใส เรามาเริ่มต้นใส่ใจดวงตากันตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณดูอ่อนวัยได้อีกมากเลยทีเดียว

ผ้าปิดตา ถนอมดวงตา

คนที่จ้องอะไรนาน ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ หรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะรู้สึกว่าดวงตาแห้ง กล้ามเนื้อรอบดวงตาล้า และอาจมีอาการบวมเกิดขึ้นได้ ควรหยุดพักสายตาเป็นระยะ ๆ ประมาณ 10-15 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง ด้วยการปลดปล่อยตาไปไกล ๆ และหากิจกรรมอื่น ๆ ทำ พยายามกะพริบตาบ่อยๆ  เพราะการกะพริบตาเท่ากับเป็นการบริหารดวงตา

รักษาความสะอาดให้หมดจด

การแต่งหน้าเป็นเรื่องคู่ความงามสำหรับผู้หญิง ควรเลือกใช้อายแชโดว์ และมาสคาร่าที่แน่ใจแล้วว่าไม่แพ้ เมื่อเราแต่งหน้าก็ต้องหมั่นชำระล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด อย่าให้มีเครื่องสำอางตกค้าง ทุกครั้งที่ใช้มาสคาร่าควรเช็ดออกด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางรอบดวงตา หรือปิโตรเลียมเจล ซึ่งนอกจากจะชำระได้หมดจดแล้ว ยังเป็นการบำรุงขนตาให้แข็งแรงไปในตัวด้วย

หากตาคู่สวยต้องเผชิญมลพิษ

เมื่อเกิดความระคายเคืองดวงตาจากฝุ่นผงควร ใช้วิธีล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างตา โดยกรอกตาไปมาในน้ำ ไม่ควรขยี้ตา หรือใช้ยาหยอดตาบ่อย ๆ โดยไม่จำเป็น กรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาอย่าไปหยิบยืมใคร เพราะอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย และเมื่อเปิดใช้แล้วให้ปิดฝาให้สนิท ยาหยอดตาที่เปิดใช้แล้วมีอายุไม่เกิน 1 เดือน เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนได้

อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารบำรุงสายตา

การเลือกทานอาหารก็มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาได้ด้วยเช่นกัน วัตถุดิบบางอย่างที่ใช้ในการปรุงอาหารนั้นมีคุณประโยชน์ต่อสายตาอยู่มาก บางอย่างเราอาจจะพอรู้ แต่ก็มีบางอย่างที่เรายังไม่รู้ เพราะฉะนั้นแล้วมาอ่านดูว่ามีอาหารและวัตถุดิบใดบ้าง ที่จะช่วยบำรุงดวงตาของเราคู่นี้ให้ดีและสวยสดใสไปอีกนาน

บลูเบอร์รี ผลไม้ที่ดีต่อสายตามาก ๆ และหาซื้อได้ไม่ยากเลย แค่ซื้อแยมบลูเบอรรี่มาทาขนมปังทาน คุณก็จะได้รับสารอาหารแอนโธไซยาโนไซด์ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาแล้ว

มันเทศ ของดีราคาย่อมเยาที่พ่อค้าเขาเดินขาย วิตามินในมันเทศจะช่วยปรับสายตาของคุณให้เห็นได้ชัดในที่มืด

หอมแดง เวลาทำกับข้าวอย่าลืมใส่หัวหอมแดงลงไปด้วย เพื่อให้สารต้านอนุมูลอิสระเคอร์ซิทินในหอมแดงจะช่วยป้องกันต้อหินให้คุณ

ปลา กินปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดโอเมก้า-3 ที่จำเป็นสำหรับบำรุงสายตา

ผักใบเขียว กินผักใบเขียวเป็นประจำทุกวัน ผักใบเขียวเป็นแหล่งรวมของสารลูเทอินและซีอาแซนธินที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจก และยิ่งซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในกระบอกตาได้ด้วย (คนที่เกลียดผักคงต้องพยายามหน่อยนะ)

ผักบีทสด ๆ เป็นของขวัญชั้นดีที่จะมอบให้ดวงตาของตัวเองได้ ผักชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยปกป้องหลอดเลือดในกระบอกตา ทำให้ตาคุณมีเลือดไปเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ตาคุณสวยและใส

ผักโขม กินผักโขมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผักชนิดนี้มีสารลูเทอิน ซึ่งจะช่วยป้องกันต้อกระจกและภาวะศูนย์กลางประสาท

ส้ม มะเขือเทศ พริกหวาน สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจก อีกทั้งช่วยในการไหลเวียนเลือดในดวงตา

ดวงตา

กะหล่ำปลีสีเขียวเข้ม ผักโขม หัวผักกาดเขียว และบรอกโคลีนั้ มีคุณประโยชน์ คือให้วิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาให้มีประกายที่สดใส มีเบต้าแคโรทีน

ถั่วสีน้ำตาลแดง เพียบพร้อมไปด้วยสังกะสีที่ดีต่อสายตา อีกทั้งวิตามินเอก็เป็นส่วนช่วยปกป้องเยื่อชั้นในของลูกตา

อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และเฮเซิลนัต อุดมไปด้วยวิตามินอี และมีคุณประโยชน์มากมายในการช่วยป้องกันสายตา วิตามินอีเป็นที่รู้จักกันว่า เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ให้ผลในการป้องกันการทำลายของเซลล์ และยังช่วยในการปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ ที่อวัยวะต่าง ๆ เช่น เซลล์ของตา ตับ เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานและอายุการใช้งานของอวัยวะเหล่านี้นานขึ้น

โฮลเกรน คือ ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อยนั้นมีเส้นใยอาหารสูง โดยเฉพาะข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้ง งา ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ย์ ที่อุดมด้วยวิตามินอี วิตามินบีรวม แร่ธาตุต่าง ๆ และใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ เสริมสร้างระบบประสาทและเซลล์เม็ดเลือดแดงให้แข็งแรงสมบูรณ์

อาหารที่อุดมด้วยซัลเฟอร์ (Sulfur) เช่น ไข่ กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง ช่วยบำรุงสายตา และรักษาสายตาให้เป็นปกติ

กรดไขมันโอเมก้า-3 และ 6 ช่วยป้องกันตาแห้ง พบในน้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันปลา เป็นต้น

กะเพรา ประกอบด้วยสารอาหารหลายชนิด  เช่น วิตามินซี ฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซื่ยม รวมทั้งเบต้าโรทีนสูงด้วย ซึ่งสารนี้จะช่วยเปลื่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายของคนเรา จึงช่วยบํารุงสายตาได้อย่างดี

ขี้เหล็ก ดอกตูมและใบอ่อนนิยมใช้เป็นอาหาร เช่น แกงขี้เหล็ก และลวกเป็นผักจิ้มในใบขี้เหล็กมีเบต้าแคโรทีนสุง นอกจากช่วยบํารุงสายตาแล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ

แครอท มีเบต้าแคโรทีนสูง จึงเป็นประโยชน์ต่อสายตาโรคเฉพาะโรคตาฟาง

ไข่แดง มีลูทีนและซีแซนทีนที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี

เมื่อ ดวงตา คืออวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เราก็ต้องไม่ปล่อยให้ดวงตาเสื่อมสภาพไปก่อนวัย หากเรารู้จักวิธีการบำรุงสายตาแล้ว ควรจะหมั่นดูแลเป็นพิเศษและสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้สายตาของคุณนั้นมีสุขภาพที่ดีและมองดูสดใสอยู่ตลอดเวลา

8 วิธี ถนอมสุขภาพดวงตา

1.. ควรใช้สายตาที่มีแสงสว่างเพียงพอและหลีกเลียงการเพ่งมองเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดตาได้

2.ควรสวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่อยู่ในที่มีแสงจ้า

3.หลีกเลียงการใช้มือสกปรกขยี้ตา หรือใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า เพราะเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่บนผ้าเช็ดหน้า อาจทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบได้

4. ในกรณีที่ใช้สายตาทำงานมาก ๆ เช่น อ่านหนังสือ ควรหาช่วงพักผ่อนสายตา อาจจะด้วยการทอดสายตาออกไปไกล ๆ หรือมองต้นไม้สีเขียวบ้าง

5. การนอนอย่างเพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีนั้น เป็นการพักผ่อนสายตาได้ดี

6. การแต่งหน้าอาจทำให้เกิดถุงใต้ตา และรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย เนื่องจากเนื้อครีมเข้มข้นอาจใช้แรงกดในการทา ซึ่งทำให้เกิดริ้วรอยได้ ฉะนั้นต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวหน้า และผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ ต้องมีเนื้อครีมที่บางเบา ไม่มีสารี่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

7. ถ้าดวงตาเกิดอาการบวมแดง หรือดูอิดโรยไม่สดใส ให้ใช้สำลีชุบน้ำเย็นหรือ ผ้าห่อน้ำแข็งวางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง

8. บริหารดวงตาโดยการกรอกลูกตาไปมาเป็นวงกลมเริ่มจากตามเข็มนาฬิกาครบหนึ่งรอบ แล้วกรอกทวนเข็มนาฬิกา ทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ กันวันละ 2-3 ครั้ง แล้วนอนหงายหรือนั่งหลับตาสักพัก ซึ่งอาจใช้แตงกวาฝานชิ้นบาง ๆ แปะไว้บนเปลือกตาทั้งสองข้าง เมื่อลืมตาขึ้นมาจะทำให้ดวงตาดูมีชีวิตชีวาขึ้น

ยอมรับเถอะว่าเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งในการดำเนินชีวิตไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ตาม อย่างวัยเด็กรัฐก็ผุดแท็บเล็ตออกมาให้ใช้ เด็กโตขึ้นมาหน่อยจนถึงมหาวิทยาลัยก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการพิมพ์งานส่งอาจารย์ หรือแม้กระทั่งวัยทำงานก็ต้องอยู่แต่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา

นอกจากนี้ เมื่อละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์แล้ว ขณะเดินทางไปไหนมาไหน หรือมีเวลาว่างก็เป็นต้องคว้าอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตขึ้นมาเล่นเกม หรือไม่ก็แชตกันจนบางครั้งก็ลืมไปว่าโลกของเรายังมีอะไรที่ชวนมองที่มากไปกว่าหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

การใช้สายตาไปกับอุปกรณ์เหล่านี้มากๆ ถือว่าเป็นการทำร้ายดวงตาไปเรื่อยๆ หากไม่อยากสายตาฝ้าฟางก่อนวัยหรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับตา ก็ควรที่จะหันมาดูแลสุขภาพดวงตากันเสียแต่เนิ่นๆ ซึ่งการดูแลก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก แค่ปฏิบัติได้ตาม 10 วิธีนี้ คุณก็จะมีดวงตาที่สวยใส ช่วยให้มองเห็นโลกนี้ไปได้อีกนาน

ดวงตา
1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา ได้แก่ อาหารประเภทผักใบเขียว ซึ่งมีสารจำพวกลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) จะสามารถช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม หรืออาหารประเภทเบอร์รี โดยเฉพาะสีน้ำเงิน-ม่วงเข้ม ซึ่งจะมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืนได้

2. ลดอาการตาแห้งโดยพักสายตาจากการทำงาน ให้กระพริบตาบ่อยขึ้น หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลมเป่า และดื่มน้ำปริมาณมากๆ จะสามารถลดอาการตาบวมได้อีกด้วย

3. พักสายตาทุกๆ ชั่วโมงประมาณ 10-15 นาที หากต้องใช้สายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยวิธีการพักสายตาให้มองออกไปที่ระยะไกล หรือที่ที่มีพื้นที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นไม้

4. ปรับปริมาณแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน ไม่ให้สว่างจนเกินไป

5. สวมแว่นกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกกลางแจ้ง เพื่อช่วยลดปริมาณแสง และรังสียูวีที่อาจจะเข้าดวงตา อีกทั้งการสวมแว่นกันแดดจะสามารถช่วยป้องกันริ้วรอยรอบดวงตา และโรคต้อกระจกได้ ทั้งนี้แว่นกันแดดที่ส่วมใส่นั้นจะต้องป้องกันรังสียูวีได้ตามมาตรฐาน

6. ไม่ควรใส่คอนแท็กต์เลนส์เกินวันละ 8-12 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดโรคกระจกตาบวม เมื่อกลับมาถึงบ้านควรเปลี่ยนมาใส่แว่นสายตาแทน

7. หลีกเลี่ยงการขยี้ตาโดยตรงหากจำเป็นให้ใช้คอตตอนบัด หรือน้ำสะอาดล้างผ่าน

8. พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนน้อยจะทำให้เส้นเลือดบริเวณตาขาวปรากฏชัดเจน มองแล้วไม่สวยงาม

9. ควรตรวจเช็กสายตา และสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี หรือทุกครั้งที่รู้สึกว่าแว่นสายตาที่ใช้อยู่ไม่ชัดเท่าที่ควร

และ 10. เลือกใช้เลนส์แว่นที่มีคุณภาพ และควรเลือกให้เข้ากับกิจกรรม เลนส์ที่ให้ความคมชัดทุกระยะมีมุมมองที่กว้าง ที่สามารถช่วยในการมองเห็นได้แบบไร้ขีดจำกัด ทำให้รู้สึกสบายตา เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างสมดุลไม่เวียนศีรษะ

 

Tags: , ,

No comments yet.

Leave a Reply